หน้าหลัก       ข่าวประชาสัมพันธ์       ประกาศมหาวิทยาลัยพายัพ เรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค COVID-19 (ฉบับที่ 21) มาตรการปฏิบัติงานที่บ้านของบุคลากร (Work from Home) วันที่ 4 – 14 มกราคม 2565

ประกาศมหาวิทยาลัยพายัพ เรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค COVID-19 (ฉบับที่ 21) มาตรการปฏิบัติงานที่บ้านของบุคลากร (Work from Home) วันที่ 4 – 14 มกราคม 2565

ประกาศมหาวิทยาลัยพายัพ เรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค COVID-19 (ฉบับที่ 21) มาตรการปฏิบัติงานที่บ้านของบุคลากร (Work from Home) วันที่ 4 – 14 มกราคม 2565
 
     ด้วยปัจจุบันมีการแพร่ระบาดของโควิดสายพันธุ์โอมิครอน (Omicron) ที่เริ่มมีรายงานการกระจายในพื้นที่ต่างๆ จากการเดินทางข้ามพื้นที่ของประชาชน ซึ่งอาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง และอาจกระจายเข้าสู่สถานศึกษาได้ โดยศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และกระทรวงสาธารณสุข ได้ขอความร่วมมือให้ทุกหน่วยงานพิจารณามาตรการปฏิบัติงานที่บ้าน โดยให้บุคลากรปฏิบัติงานที่บ้าน (Work from Home) ให้ได้มากที่สุดในช่วงแรกหลังเดินทางกลับจากภูมิลำเนาหรือออกนอกพื้นที่ในวันหยุดราชการช่วงเทศกาลปีใหม่เพื่อเป็นการจำกัดการแพร่ระบาด ประกอบกับจังหวัดเชียงใหม่มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ ชม ๐๐๑๗.๓/ว ๔๐๙๑๐ เรื่อง การกำหนดมาตรการป้องกันแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 สำหรับข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ และบุคลากรในสังกัดที่เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือออกนอกพื้นที่ก่อนกลับมาปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 ลงวันที่ 28 ธันวาคม 2564 นั้น    
 
     อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 43 (1) และ (13) แห่งพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562 จึงกำหนดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค COVID-19 (ฉบับที่ 21) ดังต่อไปนี้
 
          ข้อ 1 ให้บุคลากรของมหาวิทยาลัยพายัพปฏิบัติงานที่บ้าน (Work from Home) ตั้งแต่วันที่ 4 – 14มกราคม 2565 เพื่อลดการเดินทางของบุคลากร โดยให้หัวหน้าหน่วยงานและผู้บริหารระดับรองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี (ตามสายงาน) หรือรักษาการอธิการบดี ร่วมกันพิจารณามอบหมายภาระงานที่เหมาะสม สำหรับบุคลากรที่ปฏิบัติงานที่บ้าน (Work from Home) โดยให้กำหนดภาระงาน วิธีการการติดตามผลการดำเนินงานและการรายงานผลการดำเนินงาน เพื่อให้บุคลากรรับทราบและถือปฏิบัติตามความจำเป็นและความเหมาะสมสำหรับภารกิจของแต่ละหน่วยงาน ทั้งนี้ ต้องไม่ทำให้งานที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการนักศึกษา บุคลากรประชาชนทั่วไปเสียหาย
                   แต่ละหน่วยงานต้องจัดให้บุคลากรหมุนเวียน หรือสลับวันทำงาน โดยให้เข้ามาปฏิบัติงานประจำอยู่อย่างน้อย 1 คน เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจและการติดต่อประสานงาน ทั้งนี้ให้คำนึงถึงขนาดของหน่วยงานและจำนวนบุคลากรประกอบด้วย ในกรณีจำเป็นหรือเร่งด่วน ผู้บังคับบัญชามีอำนาจเรียกให้บุคลากรกลับเข้ามาปฏิบัติงานตามวันเวลาและสถานที่ทำงานปกติได้ เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัย
                   บุคลากรที่ต้องเข้ามาปฏิบัติงานตามวรรคก่อน ต้องไม่เป็นบุคคลที่เดินทางออกนอกจังหวัดเชียงใหม่ในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ หากด้วยเหตุดังกล่าวทำให้ไม่มีบุคลากรหมุนเวียนเข้ามาปฏิบัติงานได้ ให้หัวหน้าหน่วยงานรายงานผู้บังคับบัญชาเพื่อทราบโดยเร็ว
 
           ข้อ 2 ให้ผู้ดำรงตำแหน่งบริหารของมหาวิทยาลัยทุกระดับตามข้อกำหนดมหาวิทยาลัยพายัพ พ.ศ. 2548 แก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2549 หมวด 14 การกำหนดตำแหน่ง คุณสมบัติของผู้บริหาร คณาจารย์และเจ้าหน้าที่ฯ ข้อ 14.1 ตำแหน่งและคุณสมบัติทางการบริหารและทางวิชาการของคณาจารย์และเจ้าหน้าที่เข้ามาปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยตามปกติ หากมีเหตุจำเป็นไม่สามารถเดินทางมาปฏิบัติงานได้เนื่องจากเดินทางออกนอกจังหวัดเชียงใหม่ในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ หรือมีความเสี่ยงจะเป็นผู้ติดเชื้อด้วยเหตุอื่น ๆ ต้องจัดช่องทางให้สามารถติดต่อสื่อสารหรือเรียกประชุมออนไลน์ หรือสั่งการใด ๆ ได้ตลอดเวลา
 
           ข้อ 3 ให้ทุกหน่วยงานกำหนดช่องทางการสื่อสารที่สามารถใช้ในการประชุม การรายงานผลการปฏิบัติงานต่อผู้บังคับบัญชา รวมถึงการประสานงานทั้งภายในและภายนอก ผ่านแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ อาทิ Line, Zoom, Microsoft Team หรือตามความเหมาะสมของแต่ละหน่วยงาน
 
          ข้อ 4 การจัดการเรียนการสอนในภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ให้ปฏิบัติตามประกาศมหาวิทยาลัยพายัพ เรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค COVID-19 (ฉบับที่ 20) (การจัดการเรียนการสอนและการสอบ ในภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2564) ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2564
 
          ข้อ 5 ให้บุคลากรที่เดินทางกลับจากภูมิลำเนาหรือออกนอกพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันหยุดช่วงเทศกาลปีใหม่ แจ้งข้อมูลการเดินทางและตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ด้วยชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) และรายงานผลการตรวจ (ภาพถ่ายชุดตรวจ ATK พร้อมชื่อสกุลและวันเวลาที่ทำการตรวจ) ให้หัวหน้าหน่วยงานต้นสังกัดทราบ พร้อมสังเกตอาการตนเองอย่างใกล้ชิด (Self-monitoring) เป็นเวลา 14 วัน หากมีอาการผิดปกติให้รายงานต่อหัวหน้าส่วนงานทราบทันที ให้หน่วยงานต้นสังกัดรวบรวมและส่งข้อมูลการเดินทางและรายงานผลการตรวจชุดตรวจ ATK ของบุคลากรตามวรรคก่อน มายังสำนักงานทรัพยากรบุคคล ภายในวันที่ 3 มกราคม 2565 เพื่อให้หน่วยงานดังกล่าวดำเนินการรวบรวมรายชื่อและข้อมูลส่งให้จังหวัดเชียงใหม่ตามแบบฟอร์ม Google Form ภายในวันที่ 4 มกราคม 2565
 
           ข้อ ให้บุคลากรและนักศึกษาทุกคนเข้าประเมินตนเองในแอพพลิเคชันไทยเซฟไทย (Thai Save Thai) จัดทำโดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ตามมาตรการสำหรับสถานศึกษา เพื่อประเมินความเสี่ยงการแพร่เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
 
           ข้อ กิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก และมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันได้ง่าย ทำให้เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรค COVID-19 ให้งดเว้นการจัด หรือให้เป็นไปตามประกาศของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ และให้ทุกหน่วยงานและบุคลากรในสังกัด ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมหลักในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค COVID-19 ตามที่กระทรวงสาธารณสุข และศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กำหนด และสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า เมื่ออยู่นอกเคหสถานสถานที่ทำงาน หรือเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ โดยต้องสวมให้ถูกวิธีตามที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ เพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อพร้อมทั้งติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำสั่ง รวมถึงประกาศจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่อย่างใกล้ชิด     
 
           ข้อ กรณีมีปัญหาการปฏิบัติตามประกาศฉบับนี้ ให้รักษาการอธิการบดีเป็นผู้วินิจฉัย และถือเป็นที่สุด
 
           จึงประกาศให้ทราบและถือปฏิบัติ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
 
                          ประกาศ ณ วันที่ 1  มกราคม  2565
 
 
                               อาจารย์อภิชา อินสุวรรณ
                                  รักษาการอธิการบดี